พุทธวจนะในธรรมบท
เสฐียรพงษ์ วรรณปก
นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ
นตฺถิ โทสสโม กลิ
นตฺถิ ขนฺธสมา ทุกฺขา
นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ ฯ๒๐๒ฯ
********
ไม่มีไฟใดเสมอด้วยราคะ
ไม่มีโทษใดเสมอด้วยโทสะ
ไม่มีทุกข์ใดเสมอด้วยเบญจขันธ์
ไม่มีสุขใดเสมอด้วยความสงบ
********
No fire is there like lust,
No crime like hatred,
No ill like the Five Aggregates,
No higher bliss than Nibbana's peace.
วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556
วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2556
พ้นภัย เพราะสัจจะ khaosod
พ้นภัย เพราะสัจจะ
คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร / www.watdevaraj.com
ความจริงใจ พูดจริง ทำจริง ความซื่อตรง ความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นในสิ่งที่ตนปรารถนา สะสมความดีอย่างพิเศษ เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุด เรียกว่า สัจจบารมี การตั้งสัจจะมี 2 วิธี
1.ตั้งสัจจอธิษฐานใจ มีความตั้งใจแน่วแน่ในการทำ พูด คิด ในสิ่งดีที่ตนปรารถนา โดยทั่วไปนิยมตั้งสัจจอธิษฐาน ต่อจากไหว้พระสวดมนต์ประจำวัน หรือได้ทำบุญแล้ว จะมีคำลงท้ายหลังถวายทานหรือทำบุญต่างๆ เช่น ขอผลบุญนี้เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าสิ้นอาสวะกิเลส บรรลุพระนิพพานเถิด ตัวอย่าง เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกจากพระนคร ถึงริมฝั่งแม่น้ำอโนมา ขณะที่ประทับนั่งบนหลังม้ากัณฐกะ ทรงอธิษฐานว่า "หากอาตมา จะข้ามห้วงโอฆสงสาร บรรลุถึงพระนิพพาน ในอนาคตกาลแน่แล้ว ขอให้ม้ากัณฐกะ จงพาอาตมาข้ามแม่น้ำอโนมานทีโดยสวัสดีเถิด" แล้วทรงม้ากัณฐกะข้ามแม่น้ำไปได้โดยปลอดภัย ทรงอธิษฐานเพศบรรพชา ณ ที่นั้น
2.ตั้งสัจจะด้วยการเปล่งวาจาให้ผู้อื่นได้ยิน เป็นพยานว่าตนได้ตั้งสัจจะไว้อย่างนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้อื่น และให้เกิดความละอายแก่ใจของตน
ครั้งหนึ่ง เกิดไฟป่าไหม้มาล้อมรอบรังนกที่อาศัยอยู่ในป่า ซึ่งเป็นรังของนกคุ่มผัวเมีย มีลูกตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ด้วย เมื่อไฟป่าได้ลุกลามมาใกล้ นกทั้งหลายพากันบินหนีไป รวมทั้งนกคุ่มที่เป็นพ่อแม่ด้วย ปล่อยให้ลูกนกคุ่มที่ยังเดิน และบินไม่ได้ รอความตายอยู่ในรัง ลูกนกคุ่มนั้นจึงได้การกล่าวสัจจวาจาโดยอ้างถึงคุณธรรมที่ได้กระทำมาในอดีตชาติ อ้างถึงคุณของพระพุทธเจ้า รวมทั้งความจริงที่เกี่ยวกับตัวเอง คือ มีปีกแต่ยังบินไม่ได้ มีเท้าแต่ยังเดินหนีไม่ได้ แล้วจึงอธิษฐานในใจว่า ขอให้อำนาจแห่งความจริงต่างๆ ที่ตนได้กล่าวไว้จงให้เกิดผลคือ ขอให้ไฟป่าที่กำลังลุกลามเข้ามาใกล้รอบตัวได้ดับลง เมื่อลูกนกตั้งสัจจะ แล้วเปลวไฟอันลุกโพลงมาใกล้จึงสงบลง ประหนึ่งเปลวไฟที่ตกลงถึงน้ำแล้วดับไป ฉะนั้น
คุณของการมีสัจจะ
- เป็นคนหนักแน่นมั่นคง
- มีความเจริญก้าวหน้า
- การงานที่ทำนั้นได้ผลดีพิเศษ
- มีคนยอมรับนับถือ และยำเกรง
- ครอบครัวมีความมั่นคง
- ทำดีได้โดยไม่ท้อถอย
โทษของการขาดสัจจะ
- เป็นคนเหลวไหล ไร้สาระ
- ชีวิตตกต่ำ มีแต่ความล้มเหลว
- คนเหยียดหยาม ไม่ยอมรับนับถือ
- หาความเจริญได้ยาก
- หาความสุขในครอบครัวได้ยาก
ผู้ที่สามารถรักษาสัจจะได้จนเป็นนิสัย เท่ากับได้มีโอกาสสะสมสัจจบารมีของตนให้มากขึ้นโดยลำดับ จนมีพลังแสดงผลให้ได้ทันตาเห็น
วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556
ความจริงใจ khaosod
ความจริงใจ
ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร www.watdevaraj.com
พระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า "..ผู้ที่มีปัญญาที่สามารถจะทำการงานสำคัญๆ ให้ยึดเป็นหลักเป็นกำลังของบ้านเมืองต่อไปได้นั้น จะต้องเป็นผู้หนักแน่นในสัจจะ คือต้องมีความจริง พร้อมทั้งในคำพูด ในการกระทำ ทั้งในบุคคลอื่น และในตนเอง สิ่งใดที่ตั้งใจจริงต้องปฏิบัติให้ได้ โดยเคร่งครัดครบถ้วน.."
สัจจะ คือความจริงใจ พูดจริง ทำจริง ความซื่อตรง ความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นในสิ่งที่ตนปรารถนา สะสมความดีอย่างพิเศษ เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุด เรียกว่าสัจบารมี สัจจะนี้มีลักษณะ 6 ประการ คือ
1. ความจริง ความซื่อตรงต่อบุคคล
2. ความจริง ความซื่อตรงต่อเวลา
3. ความจริง ความซื่อตรงต่อวาจา
4. ความจริง ความซื่อตรงต่อหน้าที่
5. ความจริง ความซื่อตรงต่อความดี
6. ความจริง ความซื่อตรงต่อตนเอง
1. ความจริง ความซื่อตรงต่อบุคคล คือมีความซื่อสัตย์ จริงใจต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตน เช่น บิดามารดา ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนๆ ไม่คิดคดโกง ไม่คิดหลอกลวง ไม่คิดนินทาว่าร้ายใครทั้งต่อหน้าและลับหลัง
2. ความจริง ความซื่อตรงต่อเวลา คือเป็นคนตรงต่อเวลา ได้นัดหมายกับใคร เวลาใด แล้วไม่ผิดนัด ไปตรงตามเวลา หรือตั้งใจจะทำอะไรแล้วลงมือปฏิบัติตามเวลาที่กำหนดไว้
3. ความจริง ความซื่อตรงต่อวาจา คือได้รับปากสัญญากับใครไว้ว่าจะทำสิ่งที่ดี สุจริตธรรม และจะไม่กระทำสิ่งไม่ดี แล้วกระทำตามที่ได้ตั้งสัจวาจาเอาไว้ โดยไม่บิดพลิ้ว หรือหลีกเลี่ยงโดยไม่ทำตามที่สัญญาไว้
4. ความจริง ความซื่อตรงต่อหน้าที่ คือมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ของตน ไม่ยอมให้สิ่งต่างๆ มาเป็นอุปสรรค ให้การปฏิบัติหน้าที่เสียหาย ไม่เปิดโอกาสให้ตนเองมีมิตรสหายบริวารเครือญาติมีช่องทางทำการอันเป็นทุจริต เบียดบังภาษีอากรอันเป็นของประเทศชาติมาเป็นของตนเอง หรือไม่ปล่อยให้งานคั่งค้าง ใส่ใจงานในหน้าที่เป็นสำคัญ
5. ความจริง ความซื่อตรงต่อความดี คือความซื่อสัตย์ จริงใจต่อความดีที่ทำไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ยังมั่นคงในความดี ไม่มีหวั่นไหว เสมอต้นเสมอปลาย ร่วมรักษาขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีอันดีงาม ผู้ที่มีความซื่อตรงต่อความดีเป็นคนที่น่าสรรเสริญ
6. ความจริง ความซื่อตรงต่อตนเอง คือการไม่โกหกตนเอง ซื่อตรงต่อความคิดที่ดีของตน ซึ่งเป็นความตั้งใจเดิมตามอุดมการณ์เป็นสำคัญ ไม่ยอมให้สิ่งต่างๆ มาทำให้ความตั้งใจ ความซื่อตรงต้องโอนเอน หวั่นไหวได้
สัจจะจึงเป็นคุณธรรมที่สำคัญสำหรับชีวิต เป็นหลักประกันให้ได้รับความไว้วางใจ และได้รับมอบหมายปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญ จะดำเนินกิจการใดๆ ก็ตามจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เพราะได้รับการสนับสนุนและยกย่องนับถือจากคนทั้งหลาย
วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556
ทางแห่งความก้าวหน้าในชีวิต khaosod
ทางแห่งความก้าวหน้าในชีวิต
ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร www.watdevaraj.com
ธรรมะเป็นเหมือนดวงประทีปส่องทางดำเนินชีวิตให้สว่างไสว เป็นประดุจล้อนำรถไปสู่จุดหมาย ผู้ปฏิบัติธรรมจึงมีความเจริญก้าวหน้า ดำเนินชีวิตอย่างไม่ผิดพลาดสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ เกียรติยศ ชื่อเสียง และความสุข นำเสนอหลักธรรมเพื่อความเจริญก้าวหน้า 4 ประการ คือ
1. อยู่อาศัยในถิ่นฐานที่ดี
2. คบคนดีเป็นมิตร
3. ตั้งตนไว้โดยชอบ
4. เคยทำบุญไว้ก่อน
อยู่อาศัยในถิ่นฐานที่ดี มีสิ่งแวดล้อมเหมาะสม ที่อยู่อาศัยสะดวกสบายในการประกอบสัมมาอาชีพ บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ปราศจากภัยพิบัติอันตราย การคมนาคมไปมาสะดวก ประชาชนเป็นคนดีมีศีลธรรม จึงสามารถดำเนินชีวิตให้เจริญก้าวหน้าได้
คบคนดีเป็นมิตร คนดีนั้นมีลักษณะทำดี พูดดี คิดดี การคบสมาคมกับคนดีเป็นมงคลสำหรับชีวิต มีแต่ความเจริญก้าวหน้า เพราะจะได้รับคำแนะนำที่ดี เป็นประโยชน์ทั้งสอง คือของตนและของผู้อื่น กิริยามารยาทของคนดี เป็นเหตุจูงใจให้เราทำดี เป็นตัวอย่างที่ดี ดังภาษิตที่ว่า คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล
ตั้งตนไว้โดยชอบ คือ วางตัวให้เหมาะสมตามวัย ตามหน้าที่ และตามความถูกต้อง เช่น เป็นเด็กต้องวางตัวให้ดีอ่อนน้อมถ่อมตนเหมาะสมกับวัยเด็ก เป็นผู้ใหญ่ต้องมีจิตใจเมตตากรุณาเหมาะสมที่เป็นผู้ใหญ่ วัยทำงานตั้งใจทำหน้าที่การงานให้ดีทุ่มเทกายใจเต็มกำลังความรู้ความสามารถ โดยมุ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสำคัญ เชื่อมั่นเสมอว่าทำดีต้องมีผลดีเป็นสิ่งตอบแทน หากทุกคนทุกเพศวัยมีธรรมประจำใจ เช่นนี้ ชีวิตจะมีแต่ความเจริญก้าวหน้าสมปรารถนาได้
เคยทำบุญไว้ก่อน ผู้เคยทำความดีด้วยกาย วาจา ใจ เช่น การให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เรียกว่าได้ทำบุญไว้ก่อน บุญจะสนับสนุนให้เกิดมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีร่างกายสมส่วน มีทรัพย์สมบัติมากมาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่ต้องการ เป็นเหตุให้มีโอกาสได้ทำความดีมีความเจริญก้าวหน้าสืบต่อไป
ธรรมะ 4 ประการนี้ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเหตุให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองพรั่งพร้อมด้วยโภคสมบัติ บริวารสมบัติ มีความสุขกายสบายใจ
วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
วันสำคัญทางพุทธศาสนา khaosod
วันสำคัญทางพุทธศาสนา
ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร/www.watdevaraj.com
ในปีหนึ่งๆ จะมีวันพระที่จัดเป็นวันสำคัญอยู่ 3 วัน คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และ วันอาสาฬหบูชา
ทั้ง 3 วันนี้ ได้มีผู้เปรียบเทียบว่า วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ถือได้ว่าเป็นวันพระพุทธ ส่วนวันอาสาฬหบูชา อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกเป็นวันพระธรรม และวันมาฆบูชา วันที่พระสงฆ์มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อรับหลักการ อุดมการณ์ ตลอดจนวิธีปฏิบัติในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นวันพระสงฆ์
มาฆบูชา แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญ เดือน 3 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันสำคัญวันหนึ่งทางพระพุทธศาสนา คือวันที่มีการประชุมครั้งใหญ่ที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" และเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรก ณ เวฬุวันวิหาร เพื่อให้พระสงฆ์นำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อจะยังพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป
คำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" หมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ 4" กล่าวคือ มีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ
1. เป็นวันที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหาร โดยมิได้นัดหมาย
2. พระสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
3. พระสงฆ์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผู้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุกๆ องค์
4. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ์
สำหรับการแสดงโอวาทปาติโมกข์ ถือเป็นคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาเลยทีเดียว หลักธรรมดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 อันได้แก่
หลักการ 3 ได้แก่ 1.การไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ 2.การทำความดีทุกอย่าง 3.การทำจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการละบาป ถือศีล และบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติ อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง
อุดมการณ์ 4 ได้แก่ 1.อดทนอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ 2.งดเว้นจากการทำร้าย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น 3.ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย วาจา ใจ 4.นิพพาน คือการดับทุกข์ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา
วิธีการ 6 ได้แก่ 1.ไม่ว่าร้ายผู้อื่น 2.ไม่เบียดเบียนผู้อื่น 3.เคารพระเบียบวินัย กติกา ประเพณีที่ดีงามของสังคม 4.รู้จักประมาณ พอดี พออยู่ 5.อยู่ในสถานที่ที่สงบ มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม 6.ฝึกหัดจิตใจให้สงบ หมั่นทำสมาธิภาวนา
ในปีนี้ วันมาฆบูชาตรงกับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ การปฏิบัติตนสำหรับพุทธศาสนิกชนในวันนี้คือ ตอนเช้าทำบุญตักบาตร ตอนบ่ายฟังพระแสดงธรรมเทศนา ปฏิบัติธรรม ตอนกลางคืนนำดอกไม้ธูปเทียนไปที่วัดเพื่อร่วมกันทำพิธีเวียนเทียน เดินเวียนขวารอบพระอุโบสถพร้อมกับพระสงฆ์ ตลอดเวลาให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ 3 รอบ แล้วนำดอกไม้ธูปเทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัดเตรียมไว้ เป็นอันเสร็จพิธี
จึงขอเชิญให้พุทธศาสนิกชนเข้าวัดบำเพ็ญกุศลด้วยการให้ทาน รักษาศีล ปฏิบัติธรรมเวียนเทียน มุ่งทำความดีให้สมกับเราเป็นพุทธศาสนิกชน
วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
สุขเลือกได้ khaosod
สุขเลือกได้
ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร www.watdevaraj.com
ขึ้นชื่อว่า "ความสุข" ใครๆ ก็ปรารถนาจะมี ปรารถนาจะได้ และปรารถนาจะดำรงอยู่ในความสุขตลอดไปด้วยกันทั้งนั้น "ความสุข" มีทั้ง "ความสุขกาย" จากการได้กินอิ่ม ได้ พักผ่อนนอนหลับหรือกล่าวรวมๆ ว่ามีความอยู่ดีกินดีและมีสุขภาพอนามัยดี มีทั้ง "ความสุขใจ หรือ ความสบายใจ" จากการที่ได้สมหวัง หรือ การได้ตามปรารถนา
"ความสุข" ดังที่กล่าวมานั้น จัดเป็นความสุขที่มีวัตถุเครื่อง ล่อใจ ชื่อว่า "สามิสสุข" ซึ่งมีลักษณะที่เป็นโทษโดยส่วนเดียว
เปรียบด้วยยาพิษ ก็มี เช่น สิ่งเสพติดมึนเมา ที่เป็นโทษ เมื่อเกินพอดี
เปรียบด้วยของมึนเมา ก็มี เช่น สุรา เมรัย การติดการละเล่น ติดเที่ยวกลางคืน การหมกมุ่นในกาม การติดการพนัน เป็นต้น
ที่เป็นอุปการะ เปรียบด้วยอาหาร และยาบำบัดโรค แต่ถ้าถูกใช้ในทางที่ผิดก็อาจให้โทษได้ ก็มี
อำนาจราชศักดิ์ อำนาจเงิน อำนาจพวกพ้อง ก็ช่วยให้เกิดความสุขความเจริญในทางโลกได้ แต่ถ้าใช้อำนาจเหล่านั้นผิดศีล ผิดธรรม ผิดกฎหมายของบ้านเมือง ก็มีโทษได้ เป็นต้น
"พาลชน" คือ คนโง่เขลาเบาปัญญา ไม่พิจารณาให้เห็นคุณและโทษที่แท้จริงของสามิสสุข คือ ความสุขที่มีวัตถุเครื่องล่อใจเหล่านี้ บางคนจึงหลงเพลิดเพลินในสิ่งที่ให้โทษ บางคนหลงระเริงจนเกินพอดีในสิ่งที่อาจให้โทษ บางคนหลงติดอยู่ในสิ่งอันเป็นอุปการะ
บุคคลผู้ไม่พิจารณาเห็นคุณและโทษของสามิสสุขตามที่เป็นจริงเหล่านี้ จึงได้เสวยความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง
ส่วน "บัณฑิต" ผู้มีปัญญาอันเห็นชอบ พิจารณาเห็นคุณและโทษของสามิสสุขโดยถ่องแท้ ย่อมรู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความสุขความเจริญ คือ สามารถถือเอาประโยชน์สุขในปัจจุบัน ประโยชน์สุขในกาลข้างหน้า ทั้งสามารถถือเอาประโยชน์สุขอย่างยิ่งด้วย
ย่อมรู้ข้อปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความเสื่อม เป็นโทษ เป็นความทุกข์เดือดร้อน อันควรละเว้นด้วย และย่อมรู้โทษของการติดอยู่ใน สามิสสุข คือ ความสุขด้วยเครื่องล่อใจเหล่านั้นด้วย จึงเป็นผู้ถึงความสันติสุข คือ ความสุขด้วยความสงบอันถาวร
ผู้มีปัญญาอันเห็นชอบ ย่อมสามารถถือเอาประโยชน์สุขในปัจจุบันได้ ด้วยการปฏิบัติธรรม 4 ประการ คือ
1.ความถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียร
2.ความถึงพร้อมด้วยการรักษาทรัพย์
3.การเลือกคบแต่คนดี มีสติปัญญาอันเห็นชอบเป็นมิตร
4.และรู้จักใช้สอยทรัพย์ที่ทำมาหาได้โดยสุจริต
วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556
สามัคคี from khaosod
สามัคคี
คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร www.watdevaraj.com
ความพร้อมเพรียงของชนทั้งปวงผู้เป็นหมู่ยังความเจริญให้สำเร็จได้
หมู่ใหญ่ที่สุด คือประเทศซึ่งเป็นที่รวมแห่งชนทั้งชาติ จะมีกำลังตั้งมั่น รักษาอิสรภาพไว้ได้ด้วยสามัคคี จะเสื่อมเสียอิสรภาพแก่ชนต่างชาติ เพราะแตกสามัคคี
มีตัวอย่างในครั้งพุทธกาล คือกษัตริย์ลิจฉวี ผู้ปกครองประเทศวัชชีโดยสามัคคีธรรมในสมัยที่ยังพร้อมเพรียงกันดีอยู่ พระเจ้าอชาติศัตรู ผู้เป็นพระราชาในประเทศมคธ ทรงยาตราพยุหแสนยากรมาย่ำยี แม้มีกำลังมากกว่าไม่สามารถชิงชัยแก่กษัตริย์ลิจฉวีได้ต้องพ่ายแพ้กลับไป ภายหลังทรงใช้อุบาย ทำลายสามัคคีในหมู่กษัตริย์ลิจฉวีเสียแล้ว ยกกองทัพไปรบ ได้ชัยชนะยึดครองประเทศวัชชีโดยง่าย เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า คณะกษัตริย์ลิจฉวีรักษาอิสรภาพของประเทศไว้ได้ในสงครามครั้งแรกเพราะสามัคคี เสียอิสรภาพแก่พระเจ้าอชาติศัตรูในสงครามครั้งหลังเพราะแตกความสามัคคี สามัคคีมีประโยชน์มากดังพรรณนามานี้ จึงควรเจริญและรักษาไว้มิให้เสื่อม ธรรมที่เป็นเหตุเกิดแห่งสามัคคีนั้น ขอยกพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคมวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2549 ว่า
"ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางมหาสมาคม พร้อมพรั่งด้วยบุคคลจากทุกสถาบันในชาติตลอดจนประชาชนชาวไทย ขอขอบใจในคำอวยพรและการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ที่ทุกคนตั้งใจจัดให้ข้าพเจ้าเป็นพิเศษ ทั้งรัฐบาลที่จัดงานครั้งนี้ได้เรียบร้อยและงดงาม น้ำใจไมตรีของประชาชนชาวไทยที่ร่วมกันแสดงออกทั่วประเทศ รวมทั้งที่พร้อมเพรียงกันมาในวันนี้ น่าปลาบปลื้มใจมาก เพราะแต่ละคนได้แสดงออกและตั้งใจมาด้วยความหวังดีจากใจจริง จึงขอขอบใจทุกๆ คน จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนทุกฝ่ายนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเห็นแล้วมีกำลังใจมากขึ้น นึกถึงคุณธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคี ที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาได้ตลอดรอดฝั่ง
ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน
ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กันให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ
ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน
ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิด ความเห็นของตนให้ถูกต้อง เที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผล
หากความคิดจิตใจและการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดีที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลอยู่ในกายในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่าประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้ จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมนี้ ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิดจิตใจนี้กันต่อไปอย่าให้ขาดสาย เพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งในปัจจุบันและในภายภาคหน้า"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)